atchara's profile:: aBbyz's sPaCe ::PhotosBlog Tools Help

atchara runggijsawad

There are no photo albums.
July 11

Wisdom of the Crowds

 
 
เหตุใดหลัก Wisdom of the Crowds ถึงใช้ไม่ได้ในบางสถานการณ์
 
 
              Wisdom of the Crowds หรือ ปัญญาของฝูงชน มีแนวคิดสำคัญว่า การตัดสินใจที่เกิดจากการรวบรวมข้อมูลจากคนเป็นกลุ่มจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการตัดสินใจจากคนเพียงบุคคลเดียว หรือกล่าวง่ายๆว่า หลายหัวดีกว่าหัวเดียว คนๆหนึ่งไม่สามารถรอบรู้ไปได้ทุกเรื่อง การที่ให้หลายคนที่มีความรู้ความคิดต่างกันมาช่วยกันคิด จะทำให้ได้ความคิดที่มีความหลากหลายของมิติ ซึ่งนอกจากผลลัพธ์นี้จะเป็นผลลัพธ์ที่ถูกต้องแล้ว ยังมีความเป็นกลางอีกด้วย และยังนำไปสู่ระบบการที่กลุ่มจัดการตนเอง แต่ทั้งนี้ ปัจจัยที่จะก่อให้เกิดปัญญาของฝูงชนได้มี 4 ปัจจัยดังนี้
 
              1. การที่สมาชิกของกลุ่มมีความเห็นที่หลากหลาย นั่นคือการมีข้อมูลที่แตกต่างหลากหลายนั่นเอง
              2. การที่สมาชิกมีอิสระในการตัดสินใจ โดยจะต้องไม่ได้รับอิทธิพลจากสิ่งรอบตัว
              3. การที่สมาชิกของกลุ่มอยู่ต่างที่กัน ในที่นี้หมายถึงความแตกต่างทางด้านภูมิศาสตร์ เช่น วัฒนธรรม จังหวัด ประเทศ เป็นต้น เนื่องจากจะได้ข้อมูลที่มีความเป็นองค์รวม และมีความชำเพาะ
              4. มีระบบที่รวบรวมและแปลงความคิดเห็นหลากหลายให้เป็นการตัดสินใจรวมกลุ่ม อันเป็นประการสำคัญที่สุด ที่แปลงข้อ 1-3 ให้เป็นการตัดสินใจและการสร้างสรรค์อันสุดท้าย
 
              นอกจากปัจจัยทั้ง 4 ข้อข้างต้นแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ปัญญา ซึ่งหมายถึง การมีการปฏิสัมพันธ์การเชื่อมโยงของข้อมูลตั้งแต่ 2 ข้อมูลขึ้นไป อันก่อให้เกิดปัญญานั่นเอง
 
              แต่ในบางสถานการณ์ ปัจจัยทั้งหมดไม่ได้มีอยู่เหมือนกันหมดในทุกที่ทุกสิ่งแวดล้อม นั่นหมายถึง ความแตกต่างกันไปของแต่ละสังคมนั่นเอง บางสังคมอาจใช้หลัก Wisdom of the Crownd ได้ดี แต่กับใช้ไม่ได้ในอีกสังคมหนึ่ง เช่น สังคมระบบปิดหรือสังคมที่มีประชากรอยู่น้อยและคนส่วนใหญ่มีความคิดเหมือนกัน ก็พบว่ายากที่จะสร้างปัญญาของฝูงชนเพื่อแก้ปัญหา ตัวอย่างสถานการณ์ที่ไม่สามารถเกิดปัญญาของฝูงชนได้ เช่น ประเทศไทยเรานี้เอง ปัญหาด้านการเมืองการปกครองนั้นไม่ได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง หรือยังเป็นปัญหาอยู่ เนื่องจากประชากรภายในประเทศมีพื้นฐานความคิดคล้ายกันส่วนใหญ่ มีความเชื่อเดิมที่เหมือนกัน มีความเคารพนับถือในสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความเชื่อในระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบผิดๆ เกิดเป็นสภาวะที่เรียกว่า Group think  คือ ความคิดของคนส่วนใหญ่คล้ายกัน จึงอาจทำให้เกิดโอกาสผิดพลาดได้สูง ฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้น จึงไม่อาจแก้ได้ด้วยหลักปัญญาของฝูงชนนั่นเอง  
 
 
อัจฉรา รุ่งกิจสวัสดิ์
4907611877
June 22

สื่อใหม่(New Media)มีคุณลักษณะแบบหลังสมัยใหม่หรือไม่ อย่างไรบ้าง

               
สื่อใหม่(New Media)มีคุณลักษณะแบบหลังสมัยใหม่หรือไม่ อย่างไรบ้าง
 
              สื่อใหม่นั้นเป็นสื่อที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ หลังสื่อหลักๆจำพวก วิทยู โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ซึ่งสื่อใหม่เป็นสื่อใช้งานคู่กับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ หรือเป็นการรวมกันระหว่างสื่อและเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงไปทั่วโลกได้ ในขณะเดียวกันการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารก็ทำได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกรับสารจากสื่อนั้นตามเวลาได้ตรงความต้องการที่ใกล้ตัวมากขึ้น บางส่วนสามารถโต้ตอบกับผู้รับสารได้ โดยสื่อใหม่มักอยู่ในรูปของดิจิตัล อันสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของชีวิตคนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
 
 

 
 
            ตัวอย่างของสื่อใหม่ เช่น พอดแคสต์ อีเมลล์ เว็บไซต์ บล็อก อุปกรณ์พกพาเช่นโทรศัพท์มือถือ พีดีเอ เป็นต้น
           
            สำหรับคุณลักษณะแบบหลังสมัยใหม่นั้น มีลักษณะที่มองว่าวัฒนธรรมยุคหลังสมัยใหม่ท้าทายขอบเขตและข้อจำกัดของมนุษย์ มีความเป็นการค้ามากกว่ายุคเดิมๆ มีความเป็นทุนนิยมสูง นั่นคือวัฒนธรรมที่มีการเสพสื่อที่มีการตอบสนองได้ ไม่มีหลักตายตัว เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และเน้นความพึงพอใจทางด้านอารมณ์เป็นหลัก ในที่นี้หากพูดถึงสื่อทางการค้า ผู้ผลิตก็จะผลิตสื่อที่ทำให้ผู้บริโภคส่วนมากพอใจ เป็นต้น
 
            หากจะมองว่าสื่อใหม่นั้นมีคุณลักษณะแบบหลังสมัยใหม่หรือไม่นั้น ในมุมมองของผู้เขียนมองว่า สื่อใหม่มีลักษณะที่ขีดเส้นใต้ข้อสังเกตุที่ท้าทายกาลเวลาและระยะทางในการสื่อสาร สามารถสร้างประสบการณ์ร่วมใหม่ๆ โดยผู้บริโภคเหล่านั่นจะการเลือกสิ่งที่ชอบและสนใจด้วยตัวของเขาเอง ฉะนั้นสื่อใหม่จึงมีคุณลักษณะแบบหลังสมัยใหม่ที่ประการสำคัญคือ ลดข้อจำกัดต่างๆระหว่างวัฒนธรรมในสังคมมนุษย์ สามารถโต้ตอบกันได้หรือที่เรียกว่า Interactive ทั้งนี้ไม่มีหลักตายตัว ต่างคนต่างเลือกบริโภคสิ่งที่ตนพอใจด้วยตัวเองเท่านั้น ไม่มีใครสั่งการ 
 
 
 
 
อัจฉรา รุ่งกิจสวัสดิ์
4907611877
August 30

*๐๐ TU 153 ๐๐*

 
 
 
 
รู้สึที่มีต่อวิา  TU 153
 
 
 
 
วิชา TU 153 เป็นวิาคอพิวเอร์ที่มีเนื้อหาม่ยากเกินไป
 
ทำให้เรรู้จักคมพิเตอร์มาขึ้น
 
โดสามรถใช้ได้ย่าถูต้องละใช้ได้อย่างมีระสิทธิภ
 
อีกทั้การเรียนวิานี้ยังทำให้เพลิดเลินไกับควารู้ใหม่ๆางเทคโนโยีที่าไ่เยรู้
 
ซึ่งเป็นวิชาที่เราสามาถนำาประยุกต์ใช้ชีวิตระจำวันได้อย่าดี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
** RA 1877 (JC)